ย้อนชมแมตช์ดราม่าในศึกฟุตบอลโลกปีต่างๆ
เกมสุดมันในฟุตบอลโลกที่คุณต้องดูให้ได้ แมตช์ดราม่าที่แฟนบอลทั่วโลกจับจ้องเป็นพิเศษ เกมไหนบ้างที่อยู่ในความทรงจำของแฟนๆมาโดยตลอด ฟุตบอลโลกคือกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง และถือเป็นทัวร์นาเม้นต์การแข่งขันขนาดใหญ่ที่แฟนบอลจากทั่วโลกจับจ้องเป็นพิเศษ เสน่ห์ของกีฬาฟุตบอลไม่ใช่แค่การพังประตู กำชัยชนะเหนือคู่แข่ง หรือ ชูถ้วยชนะเลิศเท่านั้นนะ
ฟุตบอลโลกคือกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง และถือเป็นทัวร์นาเม้นต์การแข่งขันขนาดใหญ่ที่แฟนบอลจากทั่วโลกจับจ้องเป็นพิเศษ เสน่ห์ของกีฬาฟุตบอลไม่ใช่แค่การพังประตู กำชัยชนะเหนือคู่แข่ง หรือ ชูถ้วยชนะเลิศเท่านั้น มันมีอะไรที่มากกว่านี้เพราะดราม่าเกิดขึ้นได้ทุกวินาทีในโลกแห่งฟุตบอล ในบางแมตช์การแข่งขัน แฟนบอลเลือกที่จะจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเกม ลูกจุดโทษ หรือ การโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม มากกว่าผลการแข่งขันบนสกอร์บอร์ดเสียอีก เพราะนี้คือโลกแห่งฟุตบอล กีฬาที่เต็มไปด้วยสีสัน ความตื่นเต้น และ เร้าใจ
สุดแห่งเกมฟุตบอลดราม่าในศึกฟุตบอลโลกปีต่างๆ
ศึกฟุตบอลโลกปี 2014 เนเธอร์แลนด์ พบ สเปน
อัศวินสีส้ม เนเธอร์แลนด์เปิดศึกรีแมตช์กับทีมกระทิงดุ สเปนหลังจากที่พ่ายในเกมรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 2010 ด้วยสกอร์ 0-1 ไม่มีใครจะคาดคิดว่าทีมแชมป์เก่าที่เต็มไปด้วยนักแตะระดับเวิลด์คลาส พ่วงด้วยฟอร์มอันร้อนแรงจะพ่ายให้กับอัศวินสีส้มแบบหมดทางสู้ เริ่มเกมการแข่งขัน ซาบี อลอนโซ กดลูกโทษส่งให้สเปนขึ้นนำก่อน 1-0 จากนั้น หัวหอกคนเก่งของทีมอัศวินสีส้ม โรบิน ฟาน เพอร์ซี ยิงตีเสมอในนาทีที่44 จบครึ่งแรกเสมอกัน 1-1 ครึ่งหลังเริ่มต้นด้วยความมัน นาทีที่ 53 อาร์เยน ร็อบเบน ส่องประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากนั้นขุนพลอัศวินสีส้มก็กระหน่ำทำประตูแบบไม่ไว้หน้าทีมแชมป์เก่าแต่อย่างใด จบเกมเนเธอร์แลนด์ เอาชนะสเปนไปได้ 5-1
ศึกฟุตบอลโลกปี 1998 – เนเธอร์แลนด์ พบ อาร์เจนติน่า
อีกแมตช์ดราม่าที่เต็มไปด้วยสีสัน และความตื้นเต้นตลอด 90 นาที ต้องยกให้กับเกมการแข่งขันระหว่าขุนพลอัศวินสีส้มเนเธอร์แลนด์ พบกับ อาร์เจนติน่า ยอดทีมจากทวีปอเมริกาใต้ เป่าเริ่มเกมทั้งคู่กันผลัดกันรุก และ รับ ตามเสต็ปทีมระดับเวิลด์คลาสที่เต็มไปด้วยซุปเปอร์สตาร์แถวหน้าของโลก ผ่านครึ่งหลังมาทั้งคู่เสมอกันอยู่ 1-1 เกมกำลังจะจบ 90 นาที อยู่แล้ว แฟนๆทั้งสองฝ่ายต่างก็ตั้งตารอช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่แล้วนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน เดนนิส เบิร์กแคมป์ก็ได้โชว์สกิลขั้นเทพลากบอลหลบปราการหลังของอาร์เจนติน่า ก่อนที่จะส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม พร้อมกับส่งอาร์เจนติน่ากลับบ้านในเวลาเดียวกัน
ศึกฟุตบอลโลกปี 1994 – บราซิล พบ อิตาลี
ย้อนกลับไปในศึกฟุตบอลโลกปี 1994 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทัวร์นาเม้นต์นี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งวงการลูกหนัง ที่สุดแห่งแมตช์ดราม่าในการแข่งขันครั้งนี้เป็นเกมในรอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง 2 คู่ปรับตลอดกาล ทีมชาติบราซิล พบกับ ทีมชาติอิตาลี เกมการแข่งขันดำเนินไปอย่างตื่นเต้นเร้าใจ เสียงนกหวีดเป่าปิดเกมด้วยผลเสมอ ท้ายสุดต้องตัดสินกันที่ลูกจุดโทษ โรแบร์โต้ บาจโจ้ ดาวยิงคนเก่งของทีมชาติอิตาลีคือคนสุดท้ายที่จะต้องสังหารจุดโทษ และแฟนบอลอัซซูรี่ต้องช็อคกันทั้งสนามเมื่อซุปเปอร์สตาร์คนเก่งของทัวร์นาเม้นต์นี้กดบอลข้ามคานไปอย่างเหลือเชื่อ ส่งผลให้ขุนพลแซมบ้า บราซิลคว้าแชมป์โลกไปครองทันที
ศึกฟุตบอลโลกปี 1986 – อาร์เจนติน่า พบ อังกฤษ
แฟนบอลรุ่นใหญ่หลายคนอาจจะยังคงจดจำแมตช์ฟุตบอลประวิติศาสตร์ซึ่งเป็นการพบกันในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศของสองมหาอำนาจแห่งวงการลูกหนังโลกระหว่างอาร์เจนติน่า พบกับ อังกฤษ เหตุการณ์ดราม่าเกิดขึ้นในจังหวะที่ เสื้อเตี้ย ดิเอโก้ มาราโดนากระโดดเอามือชกบอลเข้าประตู และตัวเขาเองบอกว่านี้แหล่ะคือ “Hand of God” ในเวลาต่อมา มาราโดนายังโชว์ทักษะลากเดี่ยวจากครึ่งสนามหลบปราการหลังสิงโตคำรามยิ่งประตูสุดสวย จบเกมทำให้ทีม ฟ้า-ขาว อาร์เจนติน่า เบียดเอาชนะยอดทีมจากเมืองผู้ดีไปได้ 2-1
ศึกฟุตบอลโลกปี 1966 อังกฤษ พบ เยอรมันตะวันตก
“ถ้วยรางวัลที่หายไป” คือ ดราม่าที่แฟนบอลทั่วโลกพูดถึงมากที่สุดในทัวร์นาเม้นต์นี้ แม้ว่าชาติเจ้าภาพจะตามกลับมาได้ภายในเวลาอันรวดเร็วก็ตาม และ เกมรอบชิงชนะเลิศระหว่างพลพรรคสิงโตคำรามอังกฤษ พบกับ เยอรมันตะวันตก ก็ถูกยกให้เป็นอีกแมตช์แห่งความทรงจำที่เต็มไปด้วยความสนุก ตื้นเต้น และเร้าใจในทุกวินาที เกมจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 ต้องหาผู้ชนะด้วยการต่อเวลาพิเศษออกไปอีก และ ดราม่าก็บังเกิดขึ้นในนาทีที่ 101 เมื่อเฮิร์สท์ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ ยิงบอลกระแทกคานก่อนบอลจะกระเดนลงบนเส้นประตูพอดิบพอดี และผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกขึ้นนำของทีมเจ้าภาพทันที ค้านสายตาแฟนบอลฝ่ายตรงข้ามทั้งสนาม ก่อนจบเกมการแข่งขันฮิร์สท์เจ้าเก่าก็ยิงประตูย้ำชัยส่งให้ทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์โลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
Photo Credit : www.blagobloggersports.com